วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีล้างผักผลไม้



      เป็นที่ทราบกันดีว่าผักผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ที่ดีที่สุด อีกทั้งยังสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดปัญหาท้องผูกของคุณ ๆ ซึ่งจะทำให้ช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ดี แต่อันตรายที่ซ่อนมากับความหอมหวานของผักผลไม้คือสารตกค้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เกษตรกรนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต โดยไม่คำนึงถึงอันตรายของผู้บริโภค โดยบางส่วนของสารพิษเหล่านี้ จะแทรกเข้าไปในเนื้อผลไม้ แต่ส่วนใหญ่จะเคลือบอยู่ตามผิวของผักและผลไม้ ซึ่งผู้บริโภคไม่สามารถมองเห็นได้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้บริโภคที่จะต้องช่วยตัวเอง เพื่อที่จะได้บริโภคผักและผลไม้อย่างสบายใจและมีความสุข
      มีคำแนะนำว่า ควรเลือกซื้อผักผลไม้ที่มีร่องรอยที่ถูกหนอนเจาะบ้าง อย่าซื้อชนิดที่สวยใสไร้ที่ติ เพราะนั่นแสดงว่าผักผลไม้ที่คุณซื้อมานั้นถูกประเคนด้วยปุ๋ยและยาฆ่าแมลงอย่างมหาศาล พืชผักแต่ละชนิดสะสมสารพิษได้ไม่เท่ากัน พืชที่มีการสะสมสารพิษไว้มาก ได้แก่ ผักประเภทหัว เช่น ผักกาดหัว และต้นหอม คุณควรเลือกบริโภคผักที่มีแมลงรบกวนหรือใช้สารเคมีน้อย ๆ เช่น ผักบุ้งนา ชะอม มะละกอ ตำลึง หัวปลี เผือก มัน และฟักทอง เป็นต้น เมื่อซื้อมาควรล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 2 ครั้ง ผักที่มีหนอนเจาะอยู่ควรแช่ด้วยน้ำเกลือไว้สักพัก หนอนและแมลงจะลอยขึ้นมา แล้วจึงนำไปล้างน้ำสะอาดอีกที หรือหากมีดินติดมาควรแช่น้ำไว้สักครู่ เพื่อให้ดินอ่อนตัวลงจะช่วยให้ล้างดินออกได้ง่ายขึ้น
หลักการล้างเพื่อลดสารพิษ ควรปฏิบัติดังนี้
     1. ล้างผัก เด็ดเป็นใบ แล้วแช่น้ำนาน 15 นาที จะลดสารพิษได้ 7-33% ถ้าล้างผ่านน้ำไหลจะช่วยลดสารพิษได้ประมาณ 54-63%
     2. การลวกด้วยน้ำร้อน จะช่วยลดปริมาณสารพิษได้ 50% แต่ถ้าล้างไม่สะอาดแล้วนำไปต้มทำแกงจืด สารพิษก็จะเจือปนอยู่ในน้ำแกงนั่นเอง
      3. ล้างด้วยแคลเซียมไบคาร์โบเนต (ผงฟู) ในอัตราส่วน ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 อ่าง แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จะช่วยลดสารพิษได้ถึง 90-95%
      4. ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชู 0.5% แช่นาน 15-30 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ประมาณ 60-84% และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำลายไข่พยาธิอีกด้วย
      5. ควรลอกเปลือกหรือกาบด้านนอกออกทิ้งสัก 2-3 ใบ เพราะสารพิษส่วนใหญ่จะสะสมตกค้างอยู่มากบริเวณกาบหรือเปลือกด้านนอก   
http://www.ku.ac.th/e-magazine/june48/know/vaget.html
อ้างอิง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น